OMC News And Events

Color Party สนุกกับสีสัน


  สีเป็นสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของบ้านได้ไม่ยาก แต่การนำสีไปใช้ให้สนุกก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรต้องคำนึงถึงเช่นกัน เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักเลือกใช้สีที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี เจ้าของบ้านบางท่านก็มีความสุขกับการได้ตามเทรนด์การตกแต่ง ซึ่งเทรนด์สีที่นำมาใช้กับงานตกแต่งภายในนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากหลายที่ ทั้งจากนักออกแบบที่มีชื่อเสียง บริษัทสีชื่อดัง และงานแฟชั่น อย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สีมาร์ซาลา (Marsala) ที่กำหนดขึ้นโดยบริษัท pantone ก็เป็นที่พูดถึงกันมาก การใช้สีที่กำลังอยู่ในเทรนด์ จึงทำให้บ้านดูทันสมัย ไม่ตกยุคก็จริง  แต่ควรเลือกมาใช้กับแค่บางมุม จะช่วยปรับอารมณ์ให้บ้านดูสดชื่นขึ้นได้ “ดีไซน์ไอเดีย” ฉบับนี้ มีวิธีการนำคู่สีมาใช้ และแนะนำเทรนด์สีที่คาดการณ์ว่าจะเป็นที่นิยมในช่วงนี้มาฝากกันค่ะ

 

 

 
วางแผนก่อนลงมือ

              ควรกำหนดความต้องการไปเลยว่าต้องการให้มุมนั้นเป็นอะไร เช่น เป็นจุดนำสายตา หรือเป็นบรรยากาศโดยรวมของห้อง สำหรับมือใหม่อยากแนะนำให้เลือกใช้โทนสีเดียวหรือโทนสีใกล้เคียงกัน แล้วไล่เฉดสีเข้มอ่อน จะทำให้ภาพรวมของบ้านดูกลมกลืนและเข้ากันได้มากกว่าการเปลี่ยนสีไปในทุกห้อง แต่ถ้ากลัวว่าบ้านจะดูเรียบเกินไป ลองเติมคู่สีตรงข้ามอีกสัก 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสร้างความน่าสนใจก็ได้

Tips
1. เลือกใช้สีฟ้ากับผนังที่ต้องการให้เป็นจุดเด่น แล้วแทรกด้วยคู่สีตรงข้ามอย่างโคมไฟสีแดงจากและพรมสีส้ม ช่วยให้บรรยากาศของห้องดูสดชื่น แต่ยังได้ความรู้สึกสบายตา (ภาพจาก www.novamobili.it)

2. หากใช้แต่โทนสีขาวก็อาจดูน่าเบื่อเกินไป ในบางจุดอาจเลือกใช้สีสดเพื่อสร้างความน่าสนใจให้ห้องก็ได้ (ภาพจาก www.novamobili.it)



โทนสีร้อนและโทนสีเย็น 

              โทนสีร้อนอย่างสีม่วง แดง และเหลืองเป็นสีที่สร้างแรงกระตุ้นในการมองเห็นได้ดีกว่า ดังนั้นหากมุมไหนต้องการความโดดเด่นให้เลือกใช้สีกลุ่มนี้ ส่วนโทนสีเย็นอย่างสีน้ำเงินและเขียว ก็ใช้เป็นจุดเด่นได้เช่นกัน แต่ต้องเลือกเฉดที่ผสมกลุ่มโทนสีร้อนเข้าไปด้วย เช่น สีน้ำเงินอมม่วง หรือเขียวเหลือง ส่วนภาพรวมของห้องนิยมใช้เฉดสีกลางอย่างสีขาว ครีม เทา หรือสีที่ผสมสีขาวในจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเข้ากับสีอื่นๆได้ง่ายขึ้น

Tips

3. ผนังด้านหนึ่งใช้การไล่สีตั้งแต่น้ำเงินจนถึงฟ้า ดูราวกับคลื่นทะเล ช่วยสร้างมิติให้ห้องนี้ดูกว้างขึ้นได้  (สถานที่: โครงการบ้านปลายหาด พัทยา)

4. หากคุณเป็นคนกล้าใช้สี ลองใช้โทนสีร้อนกับห้องที่ต้องการบรรยากาศสดชื่น เพื่อให้ดูไม่เลี่ยนจนเกินไป พร้อมแทรกสีน้ำเงิน ก็ช่วยให้ห้องดูสนุกขึ้น (สถานที่: Satri House Secret Retreats ประเทศลาว)   

5. สีสันในห้องไม่จำเป็นต้องมาจากการทาสีเท่านั้น ของตกแต่งที่มีสีสันก็ใช้ได้เช่นกัน เช่น ผนังห้องอาจเลือกใช้โทนสีอ่อน แล้วเติมความสดใสด้วยของตกแต่งสีสด เช่น หมอนอิง หรือผ้าคลุมลายสวย ก็ทำให้ห้องดูน่าสนใจขึ้นได้ (สถานที่: บ้านคุณมงคล โปตะวณิช)



ใช้ให้สวยพอดี 

            การเลือกใช้สีไม่มีถูกหรือผิด แต่ควรคำนึงเรื่องภาวะน่าสบายในการใช้สีควบคู่ไปด้วย อยากให้ท่องสูตร 60: 30:10 เปอร์เซ็นต์เอาไว้เลย กล่าวคือ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นสีกลางอย่างสีขาว เทา หรือสีอ่อน 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นสีที่เข้มขึ้น อาจเป็นสีที่มาจากวัสดุ เช่น ไม้ หรือหนัง 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นสีสดที่ต้องการใช้เป็นจุดเด่น แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบสีสันอยู่แล้วจะสลับเปอร์เซ็นต์การใช้สีก็ไม่ผิดกฎ แนะนำให้วาดภาพมุมห้องที่ต้องการจะตกแต่ง แล้วระบายสีไม้ดู เพื่อให้เห็นภาพรวมคร่าวๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

Tips

6. ห้องนอนที่ใช้แม่สีเป็นจุดเด่น สีหลักคือสีอ่อนจากพื้นไม้ ผ้าม่าน ผ้าห่ม สีรองอย่างสีน้ำเงินในส่วนเตียงและส่วนหนึ่งของผนังด้านบน และใช้สีสดในปริมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ในส่วนของผ้าปูเตียง โต๊ะข้าง และผนังหัวเตียงบุผ้าสีชมพู ซึ่งจริงๆก็คือสีแดงที่มีการผสมสีขาว เป็นเทคนิคเล็กๆในการใช้สีสดมากกว่า 3 สีขึ้นไป แต่ทำให้ห้องยังดูสบายตาอยู่ (สถานที่: โครงการบ้านปลายหาด พัทยา)  

7. มุมนั่งเล่นที่ใช้โทนสีครีมเป็นหลัก เพิ่มสีสันด้วยของตกแต่งอย่างหมอนอิง และภาพวาด ก็ทำให้ห้องดูโดดเด่นขึ้น (สถานที่: โครงการบ้านปลายหาด พัทยา) 



เลือกสีที่ใช่ 

             ภาพรวมต่างๆของห้องควรใช้สีอ่อนหรือสีที่ผสมสีขาวในปริมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ จะดูสบายตา แต่หากชอบสีเข้มจริงๆอาจเลือกใช้เป็นบางจุดและเลือกสีเข้มที่ไม่ใช่สีดำ เช่น น้ำเงินเข้ม (Navy Blue)  เขียวอมฟ้า (Teal) หรือเทา มาเป็นตัวหยุดสีแทนสีดำ เลือกใช้การไล่โทนสีเทาไปจนถึงดำ หรือใช้กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก เช่น สตูลเตี้ยหรือพรม นำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับสีอ่อนๆหรือของที่มีความเงาวาวอย่างสีเมแทลลิก ทองเหลือง หรือทองแดงก็ดูเข้ากันดี และทำให้ห้องดูไม่อึดอัดด้วย 

             Ms.Lisbeth Larsen นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีจากโจตัน (Jotun Global Colour Manager) บอกถึงเทรนด์สีมาแรงของปี 2015 ว่า เกิดจากแนวโน้มที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย เพื่อสร้างสมดุลของชีวิตให้เกิดความสุขในทุกวัน ซึ่งสีสันต่างๆคือส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น จึงเป็นที่มาของเทรนด์สีภายใต้แนวคิด “Colors for Everyday Balance : สีสันสำหรับชีวิตที่ลงตัว” ซึ่งประกอบด้วย 3 เทรนด์สี ได้แก่ Everyday Balance ความสมดุลในทุกวัน  Everyday Simplicity ความเรียบง่ายในทุกวัน  Everyday Beauty ความงามในทุกวัน  สีทั้งสามกลุ่มนี้เป็นนำมาใช้กับบ้านได้ง่าย ยกตัวอย่างจากกลุ่มสีที่ให้มาจะมีสีกลางอย่างสีเทาไล่เฉด ซึ่งนำไปใช้เป็นสีกลางของห้องในปริมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ใช้กลุ่มสีรองอย่างโทนสีน้ำตาลอีก 30 เปอร์เซ็นต์ และใช้สีสดที่เข้ากับกลุ่มนี้อย่างสีเหลืองมัสตาร์ดหรือเหลืองมะนาวอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ก็สร้างจุดเด่นให้ห้องได้

เรานำแรงบันดาลใจจากสีทั้งสามกลุ่มนี้มาลองจับคู่กับวัสดุตกแต่งที่กำลังอยู่ในเทรนด์ที่น่าจับตามองมาฝากกันค่ะ



SET 1

Fresh Surrounding

             เลือกใช้โทนสีน้ำทะเลคล้ายลักษณะการใช้สีโมโนโครม (Monochrome) โดยลดหลั่นน้ำหนักสี ไล่เฉดตั้งแต่สีเขียวเข้มอมฟ้าไปจนถึงเฉดสีที่อ่อนลง เพื่อให้เกิดความแตกต่าง แม้จะเลือกใช้เพียงโทนสีเดียว เราอาจนำโทนสีกลุ่มนี้มาใช้ในงานตกแต่งให้สวยและน่าสนใจได้หลายวิธี เช่น ทาผนังห้องในโทนเขียวอ่อนอมฟ้า จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์สีเขียวเข้ม ก็ทำให้บรรยากาศของห้องนี้ดูนุ่มนวลสบายตา 

Color Party  สนุกกับสีสัน
SET 2

Living Neutral

            เลือกใช้โทนสีเทาในงานตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูเรียบง่าย ทันสมัย เติมความอบอุ่นผ่อนคลายด้วยโทนสีน้ำตาล – เหลือง ซึ่งเป็นสองเฉดสีที่ใช้ได้อย่างกลมกลืน เช่น คลุมโทนห้องรับประทานอาหารด้วยโทนสีเทาเป็นหลัก และใช้โทนสีน้ำตาล - เหลืองจากของตกแต่งต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้ เฟอร์นิเจอร์หนัง ฯลฯ ในปริมาณไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ก็ทำให้ห้องนี้ดูแตกต่างอย่างน่าสนใจ



SET 3
Cosmetic Chic

            เทรนด์สีนี้ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องสำอาง อย่างสีเนื้อของแป้งพัฟ สีชมพูอ่อนจากบรัชออน และสีแดงของลิปสติก ซึ่งนำมาแมตช์กันอย่างลงตัว โดยคำนึงถึงหลักการใช้สีในสัดส่วน 60-30-10 เปอร์เซ็นต์ เช่น ผนังห้องนั่งเล่นทาสีเนื้อในปริมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ตกแต่งด้วยโซฟาสีชมพูอ่อน และหมอนอิงสีแดงใบสวย 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์ คือการใช้โทนสีกลางอย่างขาวและน้ำตาลจากเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งอื่นๆ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูอ่อนหวานและมีชีวิตชีวา 




SET 4

Navy is A New Black 

            โทนสีน้ำเงินเข้มไปจนถึงดำเป็นสีอมตะที่ใช้ได้แบบไม่มีเอ๊าต์ กลุ่มสีโทนนี้ไล่เฉดตั้งแต่สีเทาอมฟ้าไปจนถึงน้ำเงินเข้ม สำหรับการนำไปใช้หากไม่อยากให้ห้องดูทึบ เลือกใช้โทนสีเทาอ่อนเป็นสีกลาง แล้วแทรกสีเข้มในส่วนของโซฟาหรือผ้าบุเฟอร์นิเจอร์สียีนเข้มๆ 

ก็ดูแปลกตา นำไปใช้คู่กับสีทองแดงหรือทองเหลืองก็ดูเท่ดี และช่วยให้ห้องดูสว่างขึ้นด้วย 



           ส่วนสีกลางของห้องเลือกแทนค่าสีขาวด้วยวัสดุสวยๆอย่างหินอ่อน ผ้าลินิน หรือผ้าโปร่ง ก็ทำให้ห้องดูสบายตาขึ้น เข้ากับสีอื่นๆได้ง่าย ลองใช้สีขาวหรือสีเข้มมามิกซ์แอนด์แมตช์กับคู่สีตรงข้ามอย่างสีแดงเบอร์กันดีและเขียวขี้ม้า ก็ทำให้ห้องดูสดใสและไม่ฉูดฉาดจนเกินไป หรือจะเลือกแต้มสีสดในบางจุด ก็ทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาได้ไม่ยาก