OMC News And Events

ยามอาทิตย์ลับขอบน้ำที่ arthit - tara

 

จังหวัดปราจีนบุรีอาจไม่ใช่จุดหมายของนักเดินทางทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่หลงรักความงามแบบชนบท การมาที่นี่ก็เหมือนได้มาพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติ และอิ่มเอมไปกับวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย สายลมเย็นสบายจากคุ้งน้ำปราจีนบุรีพัดเข้าฝั่ง เรือหาปลาชาวบ้านลำเล็กแล่นผ่านไปมา คือภาพที่ดูเหมือนจะทำให้เข็มนาฬิกาเริ่มเดินช้าลง 

              เมื่อสิบปีก่อน คุณอาร์ท-หม่อมหลวงอภิชิต วุฒิชัย สร้างบ้านพักผ่อนหลังแรกบนที่ดินแปลงนี้ บ้านไม้หลังเล็กอยู่สบายเหมือนบ้านพักตากอากาศตามริมทะเลในอดีตค่อยๆเริ่มต้นขึ้นทีละเล็กละน้อย โดยมี “ช่างอ๋อย”  ช่างท้องถิ่นฝีมือดีช่วยสร้างบ้านหลังนี้ จากที่คิดว่าจะทดลองอยู่แบบชาวบ้านกลายเป็นพอใจและหลงรักการพักอาศัยที่นี่ เมื่อผ่านไปได้สักระยะคุณอาร์ทก็เริ่มสร้างบ้านหลังที่สองโดยคงรูปแบบบ้านเช่นเดิม ใช้ไม้เก่าที่หาซื้อเอง หน้าต่าง ประตู กลอน ทุกอย่างคือความธรรมดาที่คุณอาร์ทมองหา 


              “ตอนแรกบ้านหลังแรกไม่มีแอร์ ไม่มีกระจก เอาไม้จากโรงเรียนเก่า ประตูหน้าต่างได้มาจากแถวคลอง 2 คลอง 4 และคลอง16 อยู่มาได้สองปีบังเอิญคุณพ่อจะทิ้งจากุซซี่ที่บ้านในกรุงเทพฯ จำได้ว่าตอนที่ซื้อมาเป็นอ่างโบราณรุ่นใหม่จากอิตาลี เราสองคนลงไป 3 หน เสียดายว่ารื้อแล้วจะเอาไปไหน เลยตัดสินใจค่อยๆเก็บตังค์เพื่อที่จะเอาจากุซซี่มาวางกลางสวน แต่ก็กลัวมันพังเลยต้องทำหลังคาปิดไม่ให้ใบไม้หล่นลงไป พอเสร็จไปนั่งมุมนั้นบรรยากาศดีมาก เริ่มขี้เกียจเดินกลับมาบ้านนี้ เลยเริ่มต่อห้องน้ำและห้องนอนไว้ให้ลูกมาอยู่ หลังๆเพื่อนเริ่มมาเที่ยวบอกว่าที่นี่มันโรแมนติกมากนะ” 

               ในระหว่างนั้นคุณอาร์ทขับรถมาอยู่ที่นี่ทุกสัปดาห์ และเริ่มมีเพื่อนฝูงแวะเวียนมาพักด้วยบ่อยครั้ง หลังสร้างบ้านหลังที่สอง คุณอาร์ทเริ่มสร้างบ้านอีกหลังเพื่อรองรับเพื่อนๆ ความตั้งใจแรกคือสร้างเป็นบ้านสองชั้น มีดาดฟ้าสำหรับขึ้นไปชมทัศนียภาพเขาใหญ่ในวันฟ้าโปร่ง แต่ระหว่างนั้นคุณอาร์ทฝึกขับเรือในแม่น้ำเห็นบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามริมน้ำแล้วชอบใจ จึงเอ่ยปากกับชาวบ้านว่าอยากได้บ้าน หลังจากนั้นเพียงสัปดาห์เดียวก็มีคนบอกขายบ้าน ซึ่งเป็นจังหวะที่ลงตัวกันพอดี 

              “รู้ตัวอีกทีไปวัดขนาดบ้าน แล้วมาลงพื้นที่ตรงนี้ได้พอดีเหมือนสร้างมาเพื่อมาอยู่ตรงนี้ เป็นไม้โบราณอายุ 70 ปี ซื้อมาในราคา 80,000 บาท แต่ให้ช่างไปรื้อมาประกอบใหม่เอง เปลี่ยนหลังคาสังกะสีเดิมเป็นหลังคามุงกระเบื้องและไม้ เสริมไม้ฝาเพิ่ม”

บ้านหลังที่สามคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คุณอาร์ทคิดจะปรับที่นี่ให้เป็นที่พักอย่างจริงจัง โดยมี คุณกบ-อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา คนรู้ใจเป็นคู่คิดในการสร้างที่พักเล็กๆ บรรยากาศเหมือนมาพักที่บ้านเพื่อนแห่งนี้ 



              “พอเสร็จหลังนี้รู้สึกว่าจะใหญ่เกินอยู่แบบครอบครัว เริ่มคิดว่าเราเคยทำงานโรงแรมทั้งคู่ ลองดูไหม ก็เริ่มปล่อยให้คนมาพักโดยที่เรามาดูแลเอง ผมมีบริษัททำแบรนดิ้งก็ปรึกษาครีเอทีฟคู่ใจ อยากสร้างบ้าน 4 หลังที่เกี่ยวกับพระพุทธศานา ตั้งชื่อบ้านเกี่ยวกับธรรมะ ครีเอทีฟก็คิดให้เป็นฆราวาสธรรม 4 ประกอบด้วยสัจจะ ทมะ ขันติ และจาคะ เราสองคนชอบชื่อนี้มาก เป็นเรื่องของการครองเรือน ซื่อสัตย์ ข่มกิเลส อดทน และการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ทั้งหมดกลายมาเป็นชื่อบ้านไล่ตั้งแต่หลังแรกคือสัจจะ หลังที่สองทมะ และหลังที่สามคือขันติ แต่ทีนี้ยังขาดบ้านอีกหลัง ประกอบกับเรายังขาดสระว่ายน้ำ จึงตัดสินใจวางเลย์เอ๊าต์ใหม่ออกแบบเองแบบไม่มีความรู้ เลือกวัสดุเอง คำนวณเอง ทำเป็นเรือนแถวไม้เอาประตูเก่าเหมือนเดิม ได้ทั้งหมด 8 ห้อง ชั้นล่าง 7 ห้อง ชั้นบนอีก 1 ห้อง”

              อาคารหลังที่สี่จึงได้ชื่อว่า “จาคะ” ประกอบด้วยห้องพักเรียงราย มีชานไม้กว้างอยู่ข้างสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นอาคารแรกที่พบเมื่อเข้ามาจากถนน แนวคิดของที่นี่ประกอบด้วย 3 คำ คือ Food Lodge และ Nature ทั้งสามสิ่งนี้สามารถสัมผัสได้แบบไม่เสแสร้ง ทั้งอาหารรสชาติแบบพื้นบ้าน บ้านพักอันแสนอบอุ่นน่าสบาย และธรรมชาติที่โอบล้อมรอบตัว นอกจากการมาพักผ่อนแล้วอัธยาศัยไมตรีจากเจ้าของบ้านก็ทำให้หลายคนประทับใจในการมาเยือน เพราะคุณกบคุยกับลูกค้าและมาต้อนรับด้วยตัวเอง 

              “พอมาถึงก็เหมือนรู้จักเราไปแล้ว กลายเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ก่อนมา” คุณกบอธิบาย “ตกเย็นกบกับพี่อาร์ทจะพาลูกค้าไปดูดวงอาทิตย์ตกในแม่น้ำ ทุกคนชอบมาก บางคนกลับมาเป็นหนที่สาม บางคนมา 6-7 ครั้ง อยู่เกือบครบทุกห้อง หรือเพื่อนต่างชาติมาทั้งครอบครัวมาดูพลุกับเราตอนปีใหม่ ที่น่ารักก็คือมีหลายครั้งที่แขกคนหนึ่งมาพักอาทิตย์นี้ อาทิตย์ต่อไปก็จะเป็นเพื่อนของคนนี้ตามมา คือทุกคนไปบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เปิดมามีครั้งเดียวที่กบไม่อยู่ นอกนั้นอยู่ตลอด” 

              เรือเร็วแล่นไปในแม่น้ำปรากฏฟองคลื่นเป็นสายยาว ผ่านบ้านเรือน ชุมชน และวัดวาอารามที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ ผ่านเรือหาปลาลำเล็กของชาวบ้านเป็นระยะ จนกระทั่งดวงอาทิตย์ค่อยๆลับคุ้งน้ำ แสงไฟวอมแวมจากบ้านเรือนค่อยๆติดขึ้นทีละดวงในระยะห่างกัน ทำให้ดวงดาวกระจ่างชัดกว่าที่เคย จนรู้สึกว่าอยากจะหยุดเวลาไว้นิ่งๆและนานๆ 

arthit - tara 78 - 78/1 หมู่ 2 ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 

โทรศัพท์ 08-9949-1956

<www.arthit-tara.com>  



Tips 

  • แม่น้ำบางปะกงเกิดจากแม่น้ำนครนายกไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปราจีนบุรีที่บริเวณตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และไหลผ่านไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจุดบรรจบของแม่น้ำอยู่ไม่ไกลจาก arthit - tara สามารถนั่งเรือไปชมได้ คุณอาร์ทยังมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์มากมายเกี่ยวกับแม่น้ำสายนี้ โดยเฉพาะความสำคัญตั้งแต่เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้แม่น้ำสายนี้เป็นเส้นทางเดินทัพหลบหนีทัพพม่าเพื่อรวบรวมไพร่พลกอบกู้เอกราช  
  • หากมาพักที่นี่สามารถขี่จักรยานเที่ยวชุมชน วัดที่อยู่รอบๆ หรือพายเรือคายัคล่องในแม่น้ำ หากต้องการเข้าไปในเมือง ขับรถออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร จะถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี แวะเที่ยวโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ชมอาคารสุดคลาสสิก พร้อมซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรกลับบ้าน ใกล้กันยังมีวัดแก้วพิจิตรซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่งดงามผสมผสานระหว่างไทย จีน ยุโรป และเขมร